How to talk to any one
วิธีพูดกับทุกคนในทุกสถานการณ์
เป็นหนังสือการสื่อสารที่ดีเล่มหนึ่ง อ่านง่าย ราคา 180 บาท
มีเทคนิคที่เราสามารถเอาไปใช้ได้เลย
แนะนำให้ลองหาอ่านกัน จะได้ลึกซึ้งกับเทคนิคต่างๆ ที่สรุปมาด้วย
สรุปเทคนิคทั้ง 50 ข้อ ในหนังสือเล่มนี้
Part 1 - สร้างความประทับใจโดยไม่ต้องพูด
1.รอยยิ้มทั่วหน้า - ให้เขามองหน้าเราก่อนสัก 1 วินาที แล้วค่อยๆ ยิ้มช้าๆ
2. ตาติดหนึบ - ให้คิดว่าดวงตาแปะหนึบด้วยตังเมเหนี่ยวหนึบอยู่กับคู่สนนทนา อย่าคลาดสายตาเด็ดขาด แต่สำหรับผู้ชายด้วยกันให้น้อยลงมาหน่อยเมื่อพูดถึงเรื่องส่วนตัว
3. สายตากาวตราช้าง - ต้องใช้อย่างน้อย สามคนขึ้นไป โดยให้มองคนที่เป็นเป้าหมายของเรา แม้ว่าขณะอีกคนกำลังพูดอยู่ แต่มันอาจจะแรงเกินไปก็ให้จ้องผู้พูดไว้แต่พอจบประเด็นก็ให้มามองดูเป้าหมายเรา ( เทคนิคนี้สามารถใช้ในเรื่องรักๆ ด้วย )
4. ห้อยโหนด้วยฟัน - เวลาจะเข้าประตูใดๆ ให้จินตนาการว่ามีเส้นลวดห้อยลงมาอยู่เหนือศรีษะ 3 cm เมื่อเดินเข้าประตูให้เงยหน้าขึ้นงับภาพในจินตนาการนั้น มันจะทำให้ยิ้มและศีรษะตั้งขึ้น
5. หันหาเด็กโข่ง - ให้ยิ้มและหมุนเข้าหาทั้งตัวเหมือนที่เวลาเจอเด็กเล็กๆ
6. สวัสดีเพื่อนเก่า- เวลาเจอใครใหม่ๆให้จินตนาการว่าเจอเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันมานาน
7. ลดการขยุกขยิก- การเกา กระดุกกระดิก ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง ฉะนั้นถึงแม้ว่าจะคันก็ให้ปล่อยไปและเอามือออกห่างปากเอาไว้
8. ประสาทสัมผัสอย่างม้าฮันส์-ให้แยกประสาทเป็นสองส่วนโดยเวลาพูดออกไปให้จับตามองผู้ฟังด้วยทำให้เรารู้ว่าจะโต้กลับไปอย่างไร
9. เห็นฉากก่อนจะเข้าฉาก-ให้ฝึกจินตนาการ ตามที่อยากให้เป็นก่อนล่วงหน้า นึกภาพว่าเราใช้เทคนิคก่อนหน้านี้และประสบความสำเร็จ
Part 2 - พูดอะไรหลัฝจากสวัสดี
10. ปรับอารมณ์ให้เข้ากัน -ให้ฟังตัวอย่างเสียงจากผู้ฟัง และปรับตัวให้เข้ากับอารมณ์และน้ำเสียง
11. ซ้ำซากแต่เปี่ยมพลัง - คำพูดแรกๆ นั้นเป็นอะไรก็ได้มันไม่สำคัญแต่ที่สำคัญคือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา ท่าทีในแง่บวก และการสื่อสารด้วยอารมณ์ความรู้สึกมันจะทำให้คำพูดฟังน่าตื่นเต้น
12. สวมใส่ "อะไรน่ะ" อยู่เสมอ
ให้ใส่ของแปลกๆ ทำให้มีคนเข้ามาคุยด้วย ละถามว่า ขอโทษนะนั้น "อะไรน่ะ"
13. นั้นใครน่ะ
นั้นใครน่ะ เป็นวิธีให้รู้จักคนใหม่ๆ โดยให้เจ้าภาพแนะนำให้หรือขอข้อมูลสักสองสามเรื่อง
14. เข้าไปแอบฟัง
แอบฟังและรอจังวะและบอกไปว่า
ขอโทษนะครับ ผมเผอิญได้ยินว่า...(เรื่องที่เขาคุยกัน)
15. อย่าเอ่ยชื่อเมืองเปล่าๆ
เวลาใครก็ตามที่ถามว่า เป็นคนที่ไหน ให้เสริมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบ้านเกิดไปด้วยสะกสองสามประโยค
16. อย่าเอ่ยชื่อตำแหน่งเปล่าๆ
ให้เติมรายละเอียดไปด้วยคล้ายๆข้อ 15
17. อย่าแนะนำชื่อเปล่าๆ
เมื่อแนะนำเพื่อนๆ ให้รู้จักกัน ให้เพิ่มเติม เรื่องๆ อื่นๆ ด้วย เช่น งานที่เขาทำหรือกิจกรรมที่เขาชอบทำ
18. ทำตัวเป็นนักสือถ้อยคำ
ฟังคำพูดทุกคำของคู่สนทนาเพื่อหาเรื่องที่เขาสนใจ
19. หันสปอตไลต์ - ให้หันสปอตไลต์ไปที่คนที่เราคุยด้วยก็คือให้เขาเป็นคนพูด ยิ่งหันไปทางเขาเท่าไหร่เขาก็จะคิดว่าคุณน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น
20. นกแก้วทวนคำ - ให้ทวนคำพูดสองสามคำทุดท้ายของคนที่เราพูดด้วยโดยเป็นคำถามหรือทำความเข้าใจ
21. เอาอีก! - "เล่าให้พวกเขาฟังสื เรื่องที่คุณ.." ให้เขาเล่าเรื่องที่เคยเล่าให้เราฟังซ้ำอีกรอบ เพื่อให้เขาได้คุยจ้อและเราก็หลบออกมาตามต้องการ
22. เน้นหนักด้านบวก - เวลาเจอใครครั้งแรกให้เล่าแต่สิ่งที่เป็นบวก เรื่องที่เคยทำผิดพลาดอะไรให้เก็บเอาไว้ก่อน
23. ข่าวล่าสุด... อย่าออกจากบ้านโดยไม่รู้อะไร - ให้หาข่าวที่เกิดขึ้นในวันนั้น เพื่อจะได้มีเรื่องอะไรให้คุย
Part 3 - พูดอย่างคนระดับ VIP
24. อย่าถามว่า "คุณทำงานอะไร" เชียว! - แต่ให้ใช้คำว่า "คุณใช้เวลาส่วนใหญ่ทำอะไร"
25. ประวัติส่วนตัว - เวลาคนถามว่า "คุณทำงานอะไร" ให้เตรียมคำตอบไว้หลายๆ แบบ
เวลาตอบให้นึกถึงประโยชน์ที่เขาจะได้รับ เช่น "ฉันช่วยให้..."
26. อภิธานศัพท์ส่วนตัว - ลองหาคำดีๆ ที่มีความหมาย เช่น ฉลาด สวย น่ารัก ดี แต่ให้ลองหาคำอื่นๆ ดู แล้วลองเลือกดูว่าคำไหนเหมาะกับเรา
27. อย่าเพิ่งรีบบอกว่า "ฉันด้วย!"
เมื่อมีอะไรเหมือนกับอีกคน เช่น ความชอบ ประสบการณ์ อย่าเพิ่งบอกว่าเหมือนกัน แต่อย่าให้รอนานเกิน ไม่อย่างงั้นจะดูเป็นคนเจ้าเล่ห์
28. สื่อสารกับคุณ - ให้ใช้ทุกประโยคให้เป็นด้านของเขา โดยใช้คำว่าคุณหรือชื่อเขา เช่น
ฉันชอบสูทคุณจัง เป็น คุณใส่สูทนี้ดูดีจัง
29. รอยยิ้มสุดพิเศษ - ฝึกให้มีรอยยิ้มหลายๆ แบบและทักทายคนด้วยรอยยิ้มต่างๆกัน
30. อย่าเข้าใก้ลรัศมีสามเมตีของคำพูดเกร่อๆ - อย่าใช้คำพูดเกร่อๆ ออกมา ให้พูดคำคมๆ โดยใช้เทคนิคถัดไป
31. ใช้กลของนักพูด - ลองอ่านหนังสือของนักพูด แล้วเอาคำพูดดีๆ มาใช้ เช่น คำพูดคล้องจอง ฉลาดๆ คำพูดตลก แต่ต้องให้สถานการณ์
32. พูดตรงๆตามความหมาย
33. เลิกล้อเลียน
34. นึกถึงพูดรับ - ให้นึกถึงความรู้สึกของคนที่ได้รับสาร ให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา เช่น ข่าวร้ายต่างๆ ให้มีความเห็นอกเห็นใจด้วย
35. แผ่นเสียงตกร่อง - เมื่อมีคนถามคำถามที่ไม่อยากตอบ ให้ตอบซ้ำแบบเดิม น้ำเสียงแบบเดิม อาจจะถึงสามครั้ง
36. คนใหญ่ๆ ไม่น้ำลายหก
คนที่สำคัญมากๆ จะไม่คลั่งไคล้ดารา เวลาคุยกับดารา อย่าชมผลวานแต่ให้บอกว่าผลงานนั้นให้อะไรกับเราและให้พูดถึงผงงานล่าสุดและถ้ามีคนอื่นมาด้วยให้ชวนเขาคุยด้ย
37. อย่าเอ่ยขอบคุณเฉยๆ - เวลาขอบคุณให้เพิ่มเติมด้วยว่า ขอบคุณเรื่องอะไร
38. สารพัดบำบัด
ให้หาเวลาสักสัปดาละครั้งทำกิจกรรมอะไรใหม่ๆ จะได้มีเรื่องคุยกับคนที่สนใจด้านนั้น
39. เรียนภาษาต่างดาวนิดหน่อย
ให้เรียนรู้การตั้งคำถามในเรื่องเฉพาะทาง โดยอาจจะถามเพื่อนๆ ในวงการนั้น
40. จี้ให้โดนจุด
นอกจากถามคำถามแล้ว ให้รู้เรื่องเกี่ยวกับประเด็นร้อนแรงในเวลานั้นจากเพื่อนๆด้วย
41. อ่านเกี่ยวกับพวกเขา
ให้อ่านนิตยสารเกี่ยวกับเรื่องเฉพาะนั้นๆ เวลาจะไปพบลูกค้าหรืองานเลี้ยง
42. กระจ่างเรื่อง"ธรรมเนียม"
ก่อนจะไปประเทศอื่นให้ศึกษาธรรมเนียมของประเทศนั้นด้วย
43. กลต่อรอง
เวลาซื้อของให้ใช้ศัพท์เฉพาะหรือไปหาหลายๆร้านก่อน
ส่วนที่ห้า
วิธีทำให้เราเหมือนกัน
44. ลอกเลียนท่าทาง
ให้เคลื่อนไหวให้เหมือนคนที่เราคุยด้วย
45. เสียงสะท้อน
ให้ใช้คำเหมือนกับคนที่เราคุยด้วย
46. สร้างภาพในจินตนาการอันทรงพลัง
ให้ใช้การเปรียบเทียบให้เห็นภาพโดยให้เป็นโลกของเขา เช่น ถ้าเขามีสวน ให้พูดถึง "การเพาะเมล็ดแห่งความสำเร็จ"
47. ใช้ประโยคเต็มๆ ตอบรับ
อย่าแต่ อืมๆ ให้ใช้ประโยคเต็มที่แสดงความรู้สึกเข้าอกเข้าใจเขา
48. ตอบรับให้สอดคล้องกับกายวิภาค
เราจะใช้สัมผัสทั้ง 5 ในการรับรู้ ให้เราใช้คำให้เป็นสัมผัสเดียวกันเขา เช่น เขาพูดว่า "เราจะเห็นผมในหกเดือน" ให้เราตอบไปว่า "ฉันมองออกว่าคุณหมายความว่าอย่างไร"
49. เร่งใช้เรา - ให้ใช้คำว่าเราในการพูด
50. ประวัติศาสตร์ทันใจ
เวลาพบเจอคนใหม่ๆ ให้พูดถึงเวลาดีๆ ที่เราทำร่วมกัน ก็จะทำให้เขาเหมือนเพื่อนเก่าในทันที